ข้อคิดดีๆ ของความรักที่อยากนำมาให้ชาว Teen.thai อ่านกัน ..อ่านกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง
2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา
3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตู ที่เปิดไว้รอ
6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไร กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด
7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้า มาหาเรา
8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง
9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ
10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ

11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้
14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา มาจากความฝันเพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น
15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝันไปในที่ที่คุณต้องการไปเป็นในสิ่งที่คุณต้องการ เป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ
16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข
17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข
19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ปรากฎในพวกเขา
20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่ พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต
22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา
23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ
25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป
26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน
27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป
28. ความรัก เป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะรักษามันไว้กับใจ หากคนทั้งคู่ ไม่ โง่…
โซนลานริมบึง ให้ความเป็นส่วนตัวกับบรรยากาศธรรมชาติ

นั้งดูพระอาทิตย์ตก สวยมากๆ

Live Musicขับกล่อมพร้อมอาหารอร่อย
อาหารอร่อยพร้อมเสิร์ฟ



น้องเคยเห็นน้ำหรือเปล่า
น้ำมันมีมวลไม่เบา
จะท่วมยาวๆ ที่บ้านเรือน
จะท่วมเป็นเดือนที่บ้านเรา
มีเรือหางยาวหรือยังง~

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว)
MThai News : เมเปิลครอฟท์ บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดอันดับประเทศเสี่ยงภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การ จัดอันดับครั้งนี้ ประเทศไทยรั้งอันดับที่ 37 เนื่องจากไทย เป็นประเทศเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกำลังเผชิญกับภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ เมืองที่ขยายตัวเร็วที่สุด มี 6 เมือง ที่เสี่ยงภัยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่
1. เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย
2. กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
3. กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
4. กรุงธากา ประเทศของบังกลาเทศ
5. เมืองจิตตะ ประเทศของบังกลาเทศ
6. กรุงแอดดิสอาบาบาของเอธิโอเปีย
ขณะที่ประเทศที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ได้แก่
เมืองกวางตุ้ง ประเทศจีน
นครมุมไบ กรุงนิวเดลี
เมืองเชนไน ประเทศอินเดีย
เมืองการาจี ปากีสถาน
กรุงลากอส ของไนจีเรีย
ส่วนประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติธรรมชาติน้อยที่สุด คือ ไอซ์แลนด์
เรือบ้าน วิมานแห่งน่านน้ำ
ยังคงกระสับกระส่ายกับการ “เฝ้าระวัง” เดี๋ยวเอาอยู่ เดี๋ยวเอาไม่อยู่ สรุปสุดท้ายพี่น้ำมาแน่ และจะแผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้าในกรุงเทพฯ มากน้อยแล้วแต่จุดสูงต่ำตามแต่ละพื้นที่ เฮ้อออ อยากมีเรือ ไม่เอาแจวหรือพาย ขอเรือลำใหญ่ๆ แบบนอนได้ ข้างในเหมือนบ้านไม่มีผิดเพี้ยน มี wifi ให้ไม่หลุดกระแสบน facebookขอแค่นี้ แล้วน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ก็ตามสบาย แต่รีบมารีบไปหน่อยละกัน

มันคงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามี “เรือบ้าน” ไว้ตั้งหลักปักฐานเหมือนอย่างชาวแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย ดูจากหน้าตา มองกันผ่านๆ ก็คือเรือนี่แหละ แต่ภายในได้ถูกรังสรรค์ให้มีครบทุกอย่างที่บ้านหนึ่งหลังพึงจะมี “เรือบ้าน” นี้ได้รับมรดกตกทอดมาจากอังกฤษตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เนื่องจากอังกฤษเข้ายึดครองอินเดียได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน ชาวเมืองผู้ดีจึงหาทางออกด้วยการสร้างเรือเป็นบ้าน และอาศัยอยู่ตามทะเลสาบ จอดเรียงรายจนเกิดเป็นอาณาจักรแห่งน่านน้ำที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง

ภายหลังอินเดียได้รับเอกราชคืน ชุมชนเรือจึงตกอยู่ในความดูแลของรัฐ และท้ายสุดเปลี่ยนมือมาเป็นของเอกชน จากเรือนับ 1,000 ลำ ปัจจุบันเหลืออยู่ราว 500 ลำ มีทั้งส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัยและส่วนที่เปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากปริมาณนักเดินทางที่หลั่งไหลเข้ามามากขึ้นทุกขณะ ทำให้ทะเลสาบเริ่มเสียสมดุลทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล ทางการจึงควบคุมไม่ให้มีการต่อเรือเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ราคาเรือนั้นแพงมาก การแลกเปลี่ยน ซื้อ-ขาย เริ่มตั้นขั้นต่ำที่ 25,000 ดอลลาร์








ถุง”จัดหนัก” เป็นโครงการผลิตถุงขับถ่ายเพื่อแจกจ่ายในพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมตัวโดย ศิษย์เก่าสถาปัตย์ จุฬา และ เพื่อนๆ นิเทศ หอการค้า และ เพื่อน ของ เพื่อน ของ เพื่อน ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน นำ Idea ของโครงการของ UN มาใช้ โดยทำเป็นถุงขับถ่ายที่มีชื่อว่า “ถุงจัดหนัก” ซึ่งสามารถนำมาย่อยสลายต่อในธรรมชาติหลังน้ำลด ป้องกันโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อโรค โครงการนี้ตั้งเป้าทำให้มากที่สุด ลักษณะป็นแบบถุงที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ (Biodegradable) ไม่เช่นนั้นหลังน้ำลดเราจะมีของเสียในถุงดำเป็นล้านใบหลังน้ำลด ถุงดำส่วนมากผลิตจาก HDPE ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้โดยวิธีการธรรมชาติ และคิดดูถ้ามี “ของหนัก” อยู่ข้างในด้วย …
ถุง Peepoople ของ UN
เป็นโปรเจคที่ใครทำก็ได้ ไม่มีลิขสิทธิ์ สามารถขอแบบไปทำได้เอง
หลังจากทดสอบพลังของ Social Media เมื่อจันทร์กลางคืน (17 ต.ค. 2554) วันอังคาร (18 ต.ค. 2554) ทางทีมผู้จัดทำก็ได้เพื่อนของเพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงงานเป่าถุงใจดีที่มีเม็ดแบบ Biodegradable พร้อมช่วยทำทันที หลังจากนั้นวันพุธ (19 ต.ค. 2554) ของเสร็จ โดยค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเกิดจากการรวบรวมเงินกันในหมู่เพื่อนๆ วันพฤหัส (20 ต.ค. 2554) ได้ของ มีน้องพลอยกับน้องต้น สถาปัตฯ จุฬา ช่วยปั่นกราฟฟิกของการใช้ถุงอย่างถูกวิธี เช้าวันศุกร์ (21 ต.ค. 2554) ทางทีมผู้จัดทำก็มีแบบที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมทำการผลิตแบบ mass production ทั้งหมดนี้เกิดจากพลังของคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแต่อยากทำบางอย่างที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ในช่วงน้ำท่วมนี้”
นอกจาก ถุง”จัดหนัก” แล้วเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ยังมี ถุง”จัดเต็ม” ที่เป็นถุงสีส้มขนาดใหญ่ใว้ใส่ ถุง”จัดหนัก” ของเราจนเต็ม พอน้ำลดค่อยเอาไปฝัง แล้วย่อยสลายหายไปทั้งของหนักและถุง ซึ่งจะแจกไปคู่กัน
ขณะนี้ทางทางทีมผู้จัดทำได้ทำ pilot 25,000 ใบ มีคนสนใจเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ต้องการให้ผู้ใดก็ตามนำไปต่อยอดในลักษณะ mass หากองค์กรและโรงงานท่านใดสนใจ โพสข้อมูลติดต่อไว้ได้ที่เพจ http://www.facebook.com/judnakbag แล้วทีมงานถุง”จัดหนัก”จะติดต่อกลับไปครับ
Welcome to WordPress.com. After you read this, you should delete and write your own post, with a new title above. Or hit Add New on the left (of the admin dashboard) to start a fresh post.
Here are some suggestions for your first post.
- You can find new ideas for what to blog about by reading the Daily Post.
- Add PressThis to your browser. It creates a new blog post for you about any interesting page you read on the web.
- Make some changes to this page, and then hit preview on the right. You can always preview any post or edit it before you share it to the world.







































































































